fbpx
Register
A password will be e-mailed to you.

สวัสดีครับเพื่อนๆชาว dota 2 วันนี้กลับมาอยู่กับผม แอดมิน www.dota2thailand เช่นเคยเหมือนเดิม วันนี้ผมจะมาพูดเกี่ยวกับ ระบบ Ranked MMR ที่เป็นโหมดชูโรง และมีผู้เล่นมากที่สุด ของเกมส์ Dota 2 ซึ่งเรียกง่ายๆ แบบภาษาไทยว่า ระบบจัดอันดับผู้เล่น เป็นระบบที่มีการปรับเปลี่ยน หรือ อัพเดทแถบทุกๆปีเลยทีเดียว จนตอนนี้ปี 2020 มีการนำไม่ว่าจะเป็น Party MMR หรือ Ranked Role เข้ามาเพื่อเพิ่มความหลากหลายในการเล่น Dota 2 ให้มากขึ้นอีกด้วย

วิธีการเข้าเล่นโหมดจัดอันดับ

1.เล่น Dota 2 ให้ครบ 100 ชม. (นับเวลาเฉพาะที่อยู่ในเกมส์ เท่านั้น โหมด Arcade ก็ไม่นับ)
2.เชื่อมเบอร์มือถือเข้ากับ ID Dota 2
3.เล่นโหมดจัดอันดับ ให้ครบ 10 เกมส์แรก ระบบจะตำนวณ MMR โดยเฉลี่ยของคุณออกมา ( ชนะ +75 แพ้ -75 )
(การคำนวณ MMR จะคำนวณตั้งแต่เกมส์แรกที่คุณเล่น Dota 2 ไม่ใช่เกมส์แรกที่คุณเล่นในโหมดจัดอันดับ)
4.หลังจากได้ MMR แล้วหากเล่นโหมดจัดอันดับแบบ Solo หากชนะได้ +30 แต้ม แพ้ -30 แต้มโดยประมาณ

Dota 2 Ranked Matchmaking

คือระบบจัดอันดับ ผู้เล่นของเกมส์ Dota 2 โดยยึดตามคะแนน หรือ MMR ( Match Making Rating ) ระบบนี้รู้จักกันแพร่หลายในเกมส์ Heroses of Newearth หรือ HoN ในการใช้งานระบบจะจัดหาผู้เล่นอีก 9 คน ที่มีระดับคะแนน ใกล้เคียงกัน ทีมที่ชนะ 5 คนจะได้รับแต้มเพิ่ม ส่วนทีมที่แพ้จะสูญเสียแต้มไป โดยแบ่งออกไปตาม เหรียญตราประดับ ต่างๆกัน

โดยมีการจัดระดับเหรียญตราทั้งหมด 8 ระดับ แบ่งเป็น :

160px-SeasonalRank1-1

Herald

MMR : 0 ~616 

160px-SeasonalRank2-1

Guardian

MMR : 770 ~1386 

160px-SeasonalRank3-1

Crusader

MMR : 1540 ~ 2156 

160px-SeasonalRank4-1

Archon

MMR : 2310 ~ 2926

160px-SeasonalRank5-1

Legend

MMR : 3080 ~ 3969 

160px-SeasonalRank6-1

Ancient

MMR : 3850 ~ 4466

160px-SeasonalRank7-1

Divine

MMR : 4620 ~ 5420

โดยในแต่ระดับเหรียญตรา จะมีจำนวนดาวทั้งหมด ระดับละ 5 ดวง หากเก็บจำนวน % ครบก็จะเลื่อเข้าสู่ขั้นต่อไป และจำนวน % แต่ละระดับจะไม่ลดลงหากแพ้ใน การเล่นแบบจัดอันดับ

หลังจากนี้คือ ระดับ Immortal  ซึ่งจะไม่มีระบบดาว 5 ดวงและ % โดยที่จะแบ่งออกเป็นระดับย่อยๆ อีก 4 ระดับคือ :

อ่านบทความ แนวคิดดีๆสำหรับการ ไต่แร้งค์ Solo MMR ได้ : ที่นี่

160px-SeasonalRankTop0

Immortal

มี MMR เกินระดับ Divine

160px-SeasonalRankTop0

Top 1000

เป็นผู้เล่นมี MMR 1,000 คนแรกสุดของแต่ละโซน

160px-SeasonalRankTop2

Top 100

เป็นผู้เล่นมี MMR 100 คนแรกสุดของแต่ละโซน

160px-SeasonalRankTop3

Top 10

เป็นผู้เล่นมี MMR 10 คนแรกสุดของแต่ละโซน

การเลื่อนขั้นเหรียญตรา

ให้แต่ละขั้นของเหรียญจะแบ่งออกเป็น 5 ขั้นย่อยๆลงไปอีกเช่น Ranked Ancient จะมีตั้งแต่ Ancient 1 – 5 ดาว หากเก็บ MMR ครบ 100% ก็จะเลื่อสู่ระดับถัดไป

SeasonalRank6-1

Ancient I

SeasonalRank6-2

Ancient II

SeasonalRank6-3

Ancient III

SeasonalRank6-4

Ancient IIII

SeasonalRank6-5

Ancient IIIII

หลังจากเก็บแต้มคะแนนใน Ancient 5 ครบ 100% แล้วก็จะเลื่อขั้นเข้าสู่ Divine 1 ต่อไป


จากในรูปแสดงให้เห็นถึง เปอร์เซ็นที่ละเลื่อนขั้นจาก Divine 4 ไป Divine 5.

อ่าน 5 วิธีการพัฒนาฝีมือ สำหรับผู้เล่นใหม่ได้ : ที่นี่
และ บทความ 5 เทคนิคสำหรับผู้ใหม่ เพื่อก้าวเข้าสู่การเล่นขั้นสูง : ที่นี่

โหมดการเล่น

1.Classic Mode

โหมดนี้จะเป็นการให้ผู้เล่นทุกๆคนจัดตำแหน่ง กันเองในแต่ละเลน ว่าใครจะเล่น Carry ใครจะเล่นซัพพอร์ต อะไรยังไง หากชนะเกมส์จะ +30 แต้ม แต่หากแพ้ก็จะ -30 เช่นเดียวกัน

2.Ranked Role

โหมดนี้จะให้ผู้เล่นทั้งหมด เลือกตำแหน่งที่ต้องการจะเล่น ก่อนค้นหาห้อง เพื่อแก้ปัญหาจาก Classic Mode ที่ผู้เล่นส่วนใหญ่มักจะแย่งตำแหน่งกันเล่นทำให้เกิดปัญหาต่างๆขึ้น แต่ข้อเสียของโหมดนี้ใน MMR สูงๆคือ หาห้องนานมากๆ

3.Ranked Party

โหมดนี้จะให้ผู้เล่นกับเพื่อนๆไม่เกิน Party ละ 3 คน สามารถเล่นได้ทั้ง Classic Mode และ Ranked Role แต่แต้มที่ได้รับจะเหลือเพียง ชนะ +20 แพ้ -20

เป็นยังไงกันบ้างครับเพื่อนๆ  หากมีข้อสงสัยหรือ เทคนิคต่างๆที่อยากถาม สามารถติดต่อผมได้ที่นี่เลยครับ FB:dota2thailand ส่วนวันนี้แอดมินต้องขอตัวไปก่อนสวัสดีครับ.