Pudge หรือ Butcher เป็นฮีโร่ยอดนิยมที่มีคนเลือกเล่นเป็นอันดับต้นๆ  วันนี้ Dota2Thailand จึงได้นำเอาวิธีการเล่น Pudge มาเพื่อเป็นแนวทางให้เพื่อนๆได้นำไปประยุกต์ใช้ในเกม ด้วยความที่เป็นฮีโร่ที่ค่อนข้างท้าทาย มีสกิลที่พร้อมสำหรับ solo kill จึงทำให้เป็นฮีโร่ในที่หลายๆคนมักจะหยิบมาเล่นกันบ่อยๆ ทั้งในการเล่นแบบ Pub หรือการแข่งขันต่างๆ แต่ฮีโร่ตัวนี้ค่อนข้างที่จะเล่นยากไปซักหน่อยสำหรับมือใหม่ หากใครที่สนใจที่จะฝึกฮีโร่ตัวนี้หรือกำลังหัดเล่นอยู่นั้น รับรองบทความนี้เป็นประโยชน์แน่ๆ

วิธีเล่น Pudge นั้นจริงๆแล้วมีหลายตำแหน่ง แต่ที่ผมเห็นบ่อยที่สุดจะเป็นตำแหน่ง 4 [Support/Roaming] ดังนั้นวันนี้ผมจะมาเขียนวิธีการเล่น Pudge ในตำแหน่งนี้นะครับ

จากสถิติที่ผ่านมาใน 1 สัปดาห์ จากข้อมูลใน Dotabuff

ช่วงต้นเกม

หากเล่นในช่วง mmr ตั้งแต่ 5000 ขึ้นไป แต่ละผู้เล่นจะรู้จักหน้าที่ของตัวเองเป็นอย่างดี ทำให้เรานั้นเล่นได้ง่ายขึ้น เพราะตำแหน่ง 4 ไม่ใช่ตำแหน่งที่ต้องซื้อ ward เป็นหลัก ดังนั้นตั้งแต่นาทีที่ 1 ให้เพื่อนในทีมที่เล่นตำแหน่ง Full Support นั้นซื้อ Ward กับ Courier ทั้งหมดไปก่อน โดยผมจะออก Boots of Speed , Tango และ ยามานา Clarity มาสองอัน เพื่อให้เพียงพอแต่การ Raoming ในช่วง 4 นาทีแรกโดนไม่ต้องกลับบ้าน

Boot of Speed เนื่องจาก Movement Speed ของ Pudge ค่อนข้างต่ำมากๆ (280) ไอเท็มจึงค่อนข้างจำเป็นในช่วงต้นเกมในการวิ่งหลบหนีหรือไล่ฆ่าฝั่งตรงข้าม จากนั้นก็อัพเกรดเป็น Tranquil Boots ทีหลัง เพื่อเพิ่มอัตราการฟื้นฟูเลือด

Soul Ring การเพิ่มอัตราการฟิ้นฟูเลือดและมานา โดย Puge ช่วงต้นเกมนั้นมานาน้อยมากๆใช้สองสามสกิลก็หมดแล้ว ไอเท็มชิ้นนี้จึงคุ้มค่ามากๆ ในช่วงต้นเกม

Infused Raindrop นอกจากจะบล็อคการโจมตีทางด้านเวทย์หมดแล้ว สิ่งที่หลายๆคนยังไม่ทราบก็คือ การเพิ่มอัตราฟื้นฟูมานาที่ 0.85 ต่อวินาทีซึ่งมากกว่า Ring of Basilius ซะอีกผมจึงถือว่าเป็นหนึ่งไอเท็มที่สำคัญในช่วงต้นเกม

Urn of shadows โดยหน้าที่ของ Pudge ตำแหน่งนี้โดยหลักๆแล้วคือการเดิน Raoming ไล่ฆ่า ดังนั้น Urn of shadows จึงเป็นอีกหนึ่งไอเท็มสำคัญที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเพื่อนหรือเราได้ฆ่าก็ตามถ้าเราอยู่ในระยะ เราจะได้ชาร์จไว้เพื่อ Heal หรือทำดาเมจกับศัตรูก็ได้ ยิ่งคอมโบกับ skill ของเรา ส่งผลให้ดาเมจรุนแรงยิ่งขึ้น
*Tips : เมื่อ Raindrop ถูกใช้ไปจนเหลือ 1 ชาร์จ ให้เรานำไปไว้ในช่อง Backpack เพื่อจะได้เก็บไว้ออก Urn of shadows นั้นเอง สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักวิธีใช้ Backpack ผมได้เขียนบทความ : เทคนิคการใช้ Backpack ใน Dota 2 เพื่อนๆลองไปอ่านดูนะครับ

 

แต่ในบางครั้ง เหตุการณ์ในช่วงเริ่มเกมจะบังคับให้เราต้องซื้อ Courier หรือ Ward ในนาทีแรก ทำให้เราไม่สามารถออกไอเท็มแบบที่ผมกล่าวมาได้ ผมเลือกที่จะออกเป็น Wind Lace แทน Boots of speed ไปก่อน จากนั้นก็ขึ้นเป็นรองเท้าเขียว Tranquil Boots ทีหลังเช่นเดิมครับ

*จุดสำคัญ : Pudge เป็นฮีโร่ที่ค่อนข้างเดินช้าและมีมานาน้อย ทำให้เราต้องออกไอเท็มเพิ่ม Movement Speed เป็นหลักในช่วงต้นเกม เพื่อให้เดินทันตัวที่เราจะไล่ | และ Vision เป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ดังนั้นก่อนที่เราจะไป Gank เลนไหน เลนนั้นควรจะมี Ward ด้วย เพราะจะทำให้เรา ใช้สกิล Meat Hook ได้ง่ายขึ้นนั้นเอง

ช่วงกลางเกม

หลังจากที่เรา ใช้เวลาอย่างหนักในการ Roming ในช่วงต้นเกมแล้ว ทำให้เรามีเลเวลและเงิน พอสมควร นี้ก็เป็นเวลาเหมาะสมที่ เราจะรวมตัวกับเพื่อนๆในการดันป้อม หรือ ทำทีมไฟต์ สำหรับช่วงนี้คุณจะต้องยืนในตำแหน่งที่ดีพอ สำหรับหยุดหรือทำดาเมจเป้าหมาย และการใช้ทุกสกิลอย่างชาญฉลาดนั้นจะทำให้คุณกลายเป็นตัวสร้างปัญหาและน่ารำคาญของทีมฝั่งตรงข้ามได้เป็นอย่างมาก สำหรับ Item ผมจะขอแบ่งเป็น สายหลัก กับ ตามสถานการณ์ ตามด้านล่าง

สายหลัก

– Aether Lens ไอเท็มที่ช่วยให้เราร่ายสกิลในระยะที่ไกลขึ้นไม่ว่าจะเป็น Meat Hook หรือ Dismember เองก็ตาม

– Rod of Atos เอาไว้คอมโบกับสกิล Meat Hook ทำให้จับได้ง่ายขึ้น

– Force Staff เอาไว้ช่วยในจังหวะหนีหรือจังหวะไล่ฆ่าได้ดี ทั้งยังสามารถช่วยเพื่อนในจังหวะคับขันได้เป็นอย่างดี

– Blink Dagger ไอเท็มทำเกมสำคัญ ที่เอาไว้ใช้ในการหาจังหวะ Hook หรือเข้าไป Ulti ใส่ศัตรูที่อยู่ในระยะได้อย่างรวดเร็ว

 

 

 

ตามสถานการณ์

– Grimmer Cape เอวไว้ใช้หนีหรือเข้าทำหาฮีโร่ศัตรูโดนไม่ให้รู้ตัว นอกจากนี้หากเจอ Nuke สกิลหนักๆอย่าง Necrophos ตอน ulti ใส่เพื่อน เราสามารถกันดาเมจได้จากการใช้ใส่ให้เพื่อน

– เอาไว้ลบล้างสถานะไม่ดี อย่างแก้ทางฮีโร่ที่มี Silences ได้เป็นอย่างดี อย่าง Drow, Silencer หรือ ลบล้างผลจากสกิลอัลจากของ Slardar, Bounty Hunter เป็นต้น นอกจากนี้แล้วยังแก้ฮีโร่ที่มีสกิลแบบล๊อคเป้าอย่าง Batrider, Vengeful Spirit ได้เป็นอย่างดี

– Aghanim’s Scepter ไอเท็มอีกชิ้น ที่ผมมักจะออกเมื่อทำเกมได้ดีและทำให้มีเงินเป็นจำนวนมาก ซึ่งไอเท็มชิ้นนี้จะทำให้สกิล Meat Hook มี Pure ดาเมจเพิ่มเป็น 450 และมีคูลดาวน์เหลือเพียงแค่ 4 วินาทีเท่านั้น Hook รัวๆกันเลยทีเดียว

 

 

 

การอัพสกิล Pudge

การอัพ Talent ของ Pudge

 ตัว Counters Pudge


Lifestealer
Pudge จะมีปัญหามากเมื่อเจอกับ Lifestealer เพราะถึงแม้เราจะคอมโบใส่ทุกสกิลเข้าไปแต่ถ้ามันไม่ตายนั้น มันจะฟื้นเลือดขึ้นมาอย่างรวดเร็วด้วยสกิล Feast ที่สามารถทำดาเมท/ฮีลเลือด เป็นเปอร์เซ็นของเลือด โดยปกติดตัวของ Pudge เองจะมีเลือดเยอะอยู่แล้ว ตีไม่กี่ทีเลือดก็เกือบเต็มอยู่แล้ว นอกจากนั้นยังมีสกิล Rage หากกดได้ก่อนโดนสกิล ก็จะไม่ได้รับดาเมทจากสกิล Rod และ Dismember นั้นเอง แถมยังกลับไล่ฆ่า Pudge ได้สบายอีกต่างหาก


Timbersaw
ฮีโร่ที่มีปัญหาสำหรับ Pudge มาก ด้วยสกิลที่ลด Stats หลักอย่าง Whirling Death ที่สามารถลดค่า Str ของPudge ได้ถึง 15% และสามารถทับซ้อนกันได้อีกด้วย ทำให้สกิลมีดาเมทที่รุนแรงมากสำหรับสาย Str อย่าง Pudge นอกจากนี้แล้ว สกิล Whirling Death ที่เป็น Magical Damage เมื่ออยู่ใกล้กับต้นไม้จะทำให้กลายเป็น Pure Damage ทำให้ดาเมทที่ความเสียหายนั้นเยอะกว่าเดิม แน่นอนว่ามันยังมีสกิล Timber Chain ที่เอาไว้หนี เมื่อโดน Meat Hook แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะ Solo kill สำหรับ Pudge โดยเฉพาะเมื่อ Timbersaw เลี้ยงเกราะไว้เต็มตลอด


Anti-mage
Pudge เป็นฮีโร่ที่มานาน้อยมากและสร้างความเสียหายส่วนใหญ่เป็นเวทย์มนต์ ทำให้ Anti-Mage เป็นหนึ่งในฮีโร่ที่ Pudge ไม่ค่อยชอบนัก ทั้งสกิลเบิร์นมานาและกันเวทย์ แถมยังม่ีสกิล Blink ไว้หนีอีกต่างหาก สำหรับการ Solo kill Anti-Mage นั้นจึงเป็นเรื่องยากมากสำหรับ Pudge ไม่ว่าจะต้นเกมหรือท้ายเกม

 

 

สำหรับแนวทางการเล่น Pudge

เปิดก่อนได้เปรียบ

การเดินเกมของ Pudge จะมีประสิทธิภาพคือตัวฮีโร่ต้องมีเลเวล 2 พูดง่ายๆว่าต้องมีสกิล Meat Hook และ Rod ด้วย ทำยังไงก็ได้ให้เวลา 2 ให้ไวที่สุด เมื่อเราได้เลเวล 2 แล้ว ให้เริ่มเดินเกม โดยเลนที่ฆ่าง่ายที่สุดจะเป็น Safe Lane ของฝั่งเรา พยายามโฟกัสไปที่เลนใกล้และเลนกลางให้เยอะที่สุด

อยู่ Safe Lane เพื่อกดดันศัตรู

การเลือกเลนของ Pudge ที่สุดในตอนเริ่มเกมก็คือไป Safe Lane เพราะในเลนนี้มีจุดซุ่มมากมายและยังเป็นเลนที่ครีปอยู่ใกล้ป้อมของเรามากที่สุดด้วย ทำให้เวลาเรา Hook โดนจะมีป้อมช่วยตีและทำให้เราฆ่าฮีโร่ฝั่งตรงข้ามได้ง่ายนั้นเอง นอกจากนั้นแล้วจุดซุ่มรอ Hook นั้นยังเยอะเอามากๆ ทำให้ศัตรูคาดเดาตำแหน่งของเราได้ยากมากยิ่งขึ้นนั้นเอง

ข้อสำคัญในการอยู่ Safe Lane คือ พยายามไม่ให้ศัตรูรู้ตำแหน่งของเรา จะทำให้เรามีโอการ Hook โดนมากขึ้น ที่สำคัญกว่านั้นคือ ศัตรูจะเริ่มระแวงและไม่กล้าเข้าครีปครับ

สู้ไม่ได้ก็ฆ่าตัวตายดีกว่า

 

อีกหนึ่งสกิลเด่นของ Pudge กับสกิล Rod ที่เป็นสกิลแบบ เปิด/ปิด ที่จะสร้างกลุ่มควันมีพิษออกมาสร้างความเสียหายอย่างหนักและทำให้เดินช้าลง โดยความเสียหายนั้นไม่ได้เกิดกับศัตรูเพียงอย่างเดียวแต่รวมถึง Pudge เองด้วย ซึ่งมันมีประโยชน์มากเมื่อเราใช้ในจังหวะที่ถูกต้อง เราสามารถใช้สกิลเพื่อฆ่าตัวตายได้ โดยฮีโร่ศัตรูที่อยู่ในบริเวณนั้นจะไม่ได้รับทั้งค่าประสบการณ์และเงิน

แต่ก็ยังทำให้เราเสียเงินตอนตายตามปกติอยู่ดีนะครับ สามารถใช้เทคนิคแบบนี้ได้เมื่อ เราเสียเปรียบและกำลังโดนไล่ฆ่าจนเลือดเหลือน้อยมากจนคิดว่ายังไงก็ไม่รอดแน่ๆ ก็ใช้สกิลนี้ฆ่าตัวตายไปเลย

ใช้ Hook และตามด้วยท่า Dismember ทันที

ถ้าหากผู้เล่นเจอฮีโร่ที่มีสกิล Blink หลบหนีเช่น Queen of Pain , Anti-Mage , Phantom Assassin คงจะเป็นเรื่องยากที่จะทำคอมโบให้ตายครั้งเดียวโดยเฉพาะในการแข่งขันที่ต่อให้ Hook โดนแล้วถ้าหากเป็นผู้เล่นระดับสูงก็จะสามารถหลบหนีได้อยู่ดี แต่ถึงอย่างนั้นก็มีวิธีแก้ไขด้วยการกดสกิล Hook และตามด้วย Dismenber ด้วยความรวดเร็วหรือจะพูดอีกอย่างคือเมื่อเรากดใช้ท่า Hook Shot ในระหว่างที่ตะขอจะเกี่ยวตัวศัตรูให้เรากดสกิล Dismember คลิกไปที่ศัตรูทันทีก่อนที่ตะขอจะพุ่งไปเกี่ยวซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือเราจะ Hook โดนพร้อมกับใช้ท่า Dismember ทันทีโดยที่ศัตรูไม่มีโอกาสได้ Blink หนีแน่นอนแต่การใช้เทคนิคนี้จะต้องมั่นใจว่าเราจะต้อง Hook โดน 100 เปอร์เซ็นต์ครับ

 

การใช้ Blink Dagger หรือ Force Staff เพื่อ Hook

Blink Dagger และ Force Staff จัดว่าเป็นไอเท็มที่ควรจะต้องออกทุกครั้งครับเพราะจะช่วยได้มากเวลาอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีจุดซุ่มหรือศัตรูอยู่แนวหลังเราก็สามารถไล่ฆ่าได้ด้วย 2 ไอเท็มนี้ซึ่งวิธีการใช้งานก็สามารถดูได้จากคลิปวีดีโอด้านล่างได้เลย

จะเห็นได้ว่าใช้ Force Staff ผลักตัวเราให้ไหลมาทางพื้นที่ว่างด้านขวาจากนั้นก็ใช้ Meat Hook ลากมาหาทันทีซึ่งการทำแบบนี้สามารถใช้ Blink Dagger แทนกันได้ครับ

 

Hook ใส่ศัตรูที่กำลังวาร์ป

นี่ก็เป็นอีกวิธีที่ฆ่าศัตรูได้ง่าย ๆ และสร้างความหลอนเป็นอย่างมากด้วยการดักรอศัตรูที่กำลังวาร์ปลงป้อมซึ่งระยะเวลาวาร์ปจะอยู่ที่ประมาณ 3-4 วินาทีและจะมีเอฟเฟ็กต์วาร์ปแสดงให้ดูจากนั้นผู้เล่นจะต้อง Hook ก่อนประมาณ 1-2 วินาทีนั่นก็คือถ้าหากระยะเวลาวาร์ปอยู่ที่ 3-4 วินาทีให้ผู้เล่น Hook ในวินาทีที่ 2-2.5 วินาทีครับมันจะพอดีกับศัตรูลงมาที่ป้อมและตะขอของเราก็พุ่งเข้าไปเกี่ยวพอดีหรือจะดูคลิปภาพเคลื่อนไหวจากด้านบนก็ได้ครับ

 

Hook ใส่ศัตรูหลังป้อมที่ 3

ในกรณีที่ศัตรูป้องกันป้อมที่ 3 ซึ่งเป็นจุดที่บุกเข้าตียากที่สุดเพราะมีพื้นที่เป็นเนินทำให้มองไม่เห็นศัตรูที่อยู่ด้านบนแต่เราสามารถลากเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายลงมาฆ่าได้ 1 ตัวโดยเทคนิคนี้คิดค้นโดยคุณ Por SkitZa ที่ได้เผยข้อมูลในคอมมูนิตี้ Steam ว่าการป้องกันป้อมที่ 3 ผู้เล่นส่วนมากทั้งในการแข่งขันระดับโปรหรือเล่นแบบธรรมดาจะใช้เทคนิคการป้องกันแบบเต่า กล่าวคือผู้เล่นฝ่ายป้องกันมักจะยืนอยู่หลังป้อมเป็นลักษณะโค้งคล้ายกับกระดองเต่าดังรูปด้านบน

และโอกาสที่จะ Hook ให้โดนสูงควรจะ Hook ให้ตรงกับวงกลมสีขาวที่ได้วงไว้ซึ่งจะมีโอกาสที่จะ Hook โดนเกือบถึง 50 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียวและเพื่อเพิ่มโอกาสให้โดนมากขึ้นและความรวดเร็วควรใช้ Force Staff ผลักตัวเองแล้ว Hook แบบในคลิปด้านบนครับ เทคนิคทั้งหมดทั้งมวลนั้นเพื่อความชำนาญควรจะฝึกฝนเป็นประจำนะครับเพราะฮีโร่ตัวนี้ก็จัดว่าเล่นยากพอสมควรแต่ถ้าหากจับเทคนิคของมันได้มันก็ไม่ยากจนเกินไปนักครับ

ขอบคุณที่มาบางส่วนจาก Notebookspec

ฝากติดตามช่องผมใน Youtube กันด้วยนะครับ สำหรับช่องหลักของเว็บ : Dota2Thailand | สำหรับช่องของผมเอง AngkuL- ช่วงนี้อาจจะสตรีมบ่อยๆ mmr ตอนนี้ผมอยู่ที่ประมาณ 5k นิดๆนะครับ ตำแหน่งที่เล่นหลักๆเลยคือ Offlane และ Support/Roaming ครับ

Facebook Comments
Skip to toolbar