มีฮีโร่ใน Dota 2 กว่า 111 ตัวภายในตัวเกม ซึ่งแต่ละตัวก็มีเอกลักษณืที่ ต่างๆกันออกไป ส่วนในบทความนี้ผมจะมานำเสนอ วิธีหรือแนวทางการเล่นเจ้าตัว Invoker ซึ่งเป็นฮีโร่ สาย Int ประเภท Semi-Carry Nuker ใส่เอกลักษณ์ที่สำคัญของเจ้าฮีโร่ตัวนี้ คงไม่พ้นกับการเป็รฮีโร่ที่มีสกิลทั้งหมดถึง 10 สกิล ซึ่งมากที่สุดในเกมเลยก็ว่าได้ สำหรับแนวทางการเล่นนี้ ผมจะนำมาจากประสบการณ์การเล่นของผม ผสมกับการศึกษาจาก Pro player คนอื่นๆ มา Mixed and Match กันจนออกมาเป็นบทความนี้ครับ หากมีผู้อ่านท่านใดมีความคิดที่ต่างออกไปก็สามารถคอมเม้น แชร์ความคิดของตัวเองไว้ได้เลยครับ 🙂

ตารางผสมสกิลต่างๆ ของ Invoker

ช่วงต้นเกม

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานั้น ทาง Vavle ได้ปรับลดความสามารถของ Invoker ในช่วงต้นเกมลง ทำให้การเล่นในช่วงต้นเกม นั้นเปลี่ยนแปลงไปนิดหน่อย โดยผมจะขอ โฟกัสไปที่ การฟาร์มเก็บเงิน และการเก็บเวเวลเป็นหลัก โดยitem สำคัญของ Invokerคือ Midas และ Agahnim’s specter โดยในช่วงต้นเกม ผมจะสกิล 3 สกิลหลักๆ จากทั้งหมด 10 สกิลเนื่องจาก Mana ที่ใช้ในแต่ละสกิลค่อนข้างสูง และต้นเกมควรโฟกัสไปที่การฟาร์มและเก็บเวเวล เป็นหลักโดยจะมี

Alacrity ช่วยในการ Last Hit และ Deny creep ได้ดีแถมยังทำให้ตัวเรากลายเป็นแครี่สายยิงในช่วงเลทเกม ได้อีกด้วย และค่าร่ายมานา ที่ 45 บวกกับคูลดาวน์ 15 วินาที ผมจึงแนะนำมากๆในช่วงต้นเกม

Sunstrike สกิลนี้ต้องใช้ความสามารถ+ประสบการณ์ เฉพาะตัวพอสมควร เป็นสกิลที่ทำให้เราฟาร์มอย่างต่อเนื่องโดย ยังสามารถทำประโยชน์ช่วยเพื่อนร่วมทีม (ถ้าไม่โดนก็อีกเรื่องหนึ่งนะ ฮา)

Cold Snap สกิลที่ใช้ต่อคอมโบ ในการแก๊ง หรือกดดันภายในเลน แถมยังสามารถขัดการร่ายสกิล ของอีกฝ่ายได้อีกด้วย หาก Timing ดีๆ

Forge Spirit สกิลนี้ทำให้เราฟาร์มได้อย่างง่ายยิ่งขึ้น ผมขอแนะนำในการใช้ในช่วงหลังๆมากกว่า เนื่องจากช่วงแรก ของ Forge Spirit ยังตีเบาและอยู่ได้ค่อนข้างไม่นานมากนัก

ไอเท็มต้มเกม

Boot of Speed เนื่องจาก Movespeed ของ Invoker ค่อนข้างต่ำมากๆ (280) ไอเท็มจึงค่อนข้างจำเป็นในช่วงต้นเกมในการหลบ หรือวิ่งหนี ฝั่งตรงข้าม

Ring of Basilius การเพิ่มอัตราการฟิ้นฟูมานา เกราะ และ ดาเมจ ในราคาเพียง 500 ซึ่งคุ้มค่ามากๆ ในช่วงต้นเกม

Infused Raindrop นอกจากจะบล็อคการโจมตีทางด้านเวทย์หมดแล้ว สิ่งที่หลายๆคนยังไม่ทราบก็คือ การเพิ่มอัตราฟื้นฟูมานาที่ 0.85 ต่อวินาทีซึ่งมากกว่า Ring of Basilius ซะอีกผมจึงถือว่าเป็นหนึ่งไอเท็มที่สำคัญในช่วงต้นเกม

สิ่งที่ต้องคำนึกถึงอันดับแรกสำหรับ Invoker เลยก็คือ ยิ่งเลเวลสูงขึ้น ความสามารถของ สกิลต่างๆก็สูงขึ้นตามไปด้วย นั้นเป็นเหตุผลให้เราก็การ Hand of Midas เพื่อใช้ในการเร่ง EXP และ Gold ในช่วงต้นเกม ส่งผลให้
กลางเกม ถึง เลทเกม สามารถเฉยฉาดได้อย่างเจิดจรัส XD

*สำหรับคนที่ยังไม่รู้นะครับ Agahim’s Scepter ส่งผลเพิ่มเลเวลให้ลูกแก้วธาตุของเราทุกลูก อย่างละ 1 เลเวล แถมยัง ลดคูลดาวน์ของสกิล Invoke (สกิลผสมสกิล) ลงเหลือ 2 วินาที และ ลดค่าร่ายในการใช้ผสมสกิลลง ให้เหลือ 0

ช่วงกลางเกม

หลังจากที่เรา ใช้เวลาอย่างหนักได้การ ฟาร์มในช่วงต้นเกมแล้ว ทำให้เรามีเลเวลและเงิน พอสมควร นี้ก็เป็นเวลาเหมาะสมที่ เราจะรวมตัวกับเพื่อนๆในการดันป้อม หรือ ทำทีมไฟต์ สำหรับช่วงนี้คุณจะต้องดึงความสามารถ ทั้งหมดในการจดจำทุกสกิลและการใช้สกิล ทุกสกิลอย่างชาญฉลาดนั้นจะทำให้คุณกลายเป็น ตัวปัญหาของทีมฝั่งตรงข้ามได้เลย สำหรับ Item ผมจะขอแบ่งเป็น สายหลัก กับ ตามสถานการณ์ นะครับ

สายหลัก

– Blink Dagger ไอเท็มที่ช่วยให้เราในการเข้าทำ และหลบหนี อื่นๆถือเป็นไอเท็มที่ เราควรมี
– Black King Bar หากเจอทีมที่มีตัว Disable หนักๆนี่เป็นอีกหนึ่ง ตัวเลือกที่สำคัญ ทำให้ตัวเราสามารถร่ายสกิลต่างๆได้อย่าง ไม่ต้องกังวลใดๆ
– Octarine Core ด้วยความสามารถ -25% cooldown ทุกสกิลทำให้เราร่ายสกิลได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด

 

 

 

ตามสถานการณ์

– Linken’s Sphere การเจอฮีโร่ประเภท Lock Down อย่าง Legion Commander หรือ Blood Seeker นี่เป็นตัวเลือกที่ดีมากในการปะทะ อย่างน้อยก็ทำให้เราไม่ตกเป็นเป้าหมายหลัก
– Force Staff การเจอ Clock Werk ถือเป็นเรื่องสำคัญภายในทีมที่จะต้องมีคนออกไอเท็ม Force Staff อย่างน้อย 2 อันภายในทีม ยิ่ง Invoker ที่ชอบในการแยกเลนดัน การมีติดตัวไว้ใช้ในสถานการณ์จำเป็นก็ไม่เสียหายอะไร
– Eul’s Scepter of Divinity ไอเท็มอเนกประสงค์ ที่ผมมักจะออกเมื่อฮีโร่ที่มีดีบัฟอย่าง Slardar และ Bounty Hunter แถมยังเซ็ตให้เราทำคอมโบง่ายๆ ในช่วงกลางเกมอีกด้วย

หัวใจหลักของการเล่น Invoker ที่ดีคือการจดจำการผสมสกิลทุกๆสกิลอย่างแม่นยำและการใช้สกิลอย่างชาญฉลาด เพื่อจะดึงประสิทธิภาพในแต่ละสกิลออกมา มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

Talent Tree
สำหรับการอัพ Talent นั้นผมจะอัพตาในรูปด้านล่างนี่เลยครับ

การอัพ Talent ของ Invoker

โดยผมจะอัพ Talent แรกที่เลเวล 14 เนื่องจากจากต้องการให้ความสำคัญกับลูกแก้วธาตุ ก่อนในช่วงแรกและที่เลเวล 25 ที่ผมเลือกอัพ ลด Cooldown ของสกิล Tornado ซึ่งในช่วงท้ายเกม หากผสมกับไอเท็ม OC แล้วจะทำให้สกิลนี้มี CD แค่ 8 วินาทีซึ่งปั่นป่วนศัตรูได้อย่าง ต่อเนื่องมากๆ

สุดท้ายนี้ก่อนจากกัน ผมขอฝากแนวคิด ที่ผู้เล่นในช่วง 3000-4000 หรืออาจจะ 5000 MMR หลายคนอาจจะยังไม่มีนั้นก็คือ การแก้ไขสถาณการณเฉพาะหน้า ซึ่งเราจะต้องดึงมาใช้จากประสบการณ์หรือการพลิกแพลงส่วนตัว เช่นในเกมเกมหนึ่งเราเจอ Tinker ที่สแปม Laser ใส่เรารัวๆ ทำให้ Last hit ไม่ได้ คุณจะแก้ไขสถานกาณร์นั้ยังไง ? จะหนีไปฟาร์มในป่า ? หรือจะดึงดัน โดนกดดันต่อไป ?ถ้าเป็นผมคือการใช้สกิลอย่าง Forge Spirit ในการช่วย Last hit และอีกหนึ่งเหตุการณ์สมมุติ ที่เราต้องเจอกับ Zeus หรือ QoP ที่สแปมสกิลโหดมากๆ ผมจะเลือกในการอัพลูกแก้ว Quas เยอะๆเพื่อช่วยในการรีเจ้น HP สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือ ทุกอย่างไม่มีแบบแผนตายตัว เราไม่จำเป็นต้องออกของตามหนังสือเป๊ะๆ หรืออัพสกิลตามแบบ Guide ทุกอย่าง การพลิกแพลงตามสถานการณ์นี่แหละ ที่จะช่วยให้คุณพัฒนาก้าวข้าม ในการเล่นต่างๆได้ดียิ่งขึ้น

ลองอ่านบทความใหม่ที่ผมเขียนไว้เกี่ยวฮีโร่ยอดนิยมอย่าง Butcher ที่นี่เลย: วิธีเล่น Pudge ใน Dota 2 สำหรับการเล่นฮีโร่ต่างๆสำหรับใครที่อยากรู้วิธีเล่นตัวไหนเป็นพิเศษสามารถ inbox มาได้นะครับ ผมจะทยอยเขียนลงในหมวด Guide เรื่อยๆ ตามแพทช์ต่างๆ อัพเดทให้สม่ำเสมอนะครับ

Facebook Comments